ขบวนการแก้จนของรัฐบาลนายกทักษิณกับคลองไทย

 

            เป็นความตั้งใจของทุกรัฐบาลที่ได้มีโอกาสเข้ามาบริหารประเทศ สิ่งแรกที่ตั้งใจอยากแก้ไขคือความยากจน หากถามว่าประเทศไทยยากจนจริงหรือ  ในเมื่อยังมีอีกหลายประเทศยังยากจนกว่าเรา อย่ามาเสียเวลาหาคำตอบนี้เลย ตั้งแต่หลังสงครามเย็นระหว่างกลุ่มประเทศทุนนิยมมีประเทศสหรัฐเป็นหัวหอกกับกลุ่มประเทศสังคมนิยมซึ่งมีประเทศรัสเซียเป็นหัวหอกได้ยุติลง ถ้าหากต้องใช้สถานภาพทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย เป็นการเปรียบเทียบในกลุ่มประเทศเอเซียด้วยกันแล้วในปี พ.ศ. 2520 คนไทยที่โตพอจะรับรู้ได้ในยุคนั้น จะสามารถบอกได้เลยว่าคนไทยจะไม่รู้สึกว่าประเทศไทยด้อยกว่า ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศมาเลเซีย หรือแม้แต่ประเทศจีนในช่วงนั้น มาถึงวันนี้ความรู้สึกเหล่านั้นเป็นอดีตไปแล้ว ยิ่งนานวันประเทศไทยก็ยิ่งดูเหมือนจะสร้างภาพหลอกตัวเองเพื่อให้สบายใจว่าสถานภาพทางเศรษฐกิจยังเหมือนเดิม

                การแก้ไขความยากจนของคนในประเทศไทยแล้วจริง ๆ เราคนไทยยากจนได้อย่างไร ในเมื่ออาหารการกินอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะข้าวที่มีผลผลิตเหลือขายส่งออกถึง 10 ล้านตันต่อปี (ไทยส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก) หรือแม้แต่ผลไม้ก็ส่งออกผลิตจนล้นจนต้องขอร้องให้คนไทยช่วยกันซื้อกันเอง  อาหารทะเลก็ส่งออกเหลือเฟือ มิหนำซ้ำยังจะสร้างให้ประเทศไทยเป็นครัวของโลก สินค้าหัตถกรรมหรือสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้านผลิตขึ้นห้างกันทั่วถึง ขายให้คนไทยกันเองจนล้นมากมาย เชื่อแน่ว่าถ้าถามนักเศรษฐศาสตร์ที่ไม่ต้องถึงระดับเซียนจะต้องพูดว่า สินค้าที่ผลิตส่งจำหน่ายในต่างประเทศมีข้อจำกัดในเรื่องของตลาดและผลตอบแทนที่ต่ำมาถึงยุคนี้สมัยนี้แล้วยังคิดแบบเดิม มีนโยบายคิดใหม่ทำใหม่แต่หลักการยังแบบเดิมอยู่อีกหรือ นักเศรษฐศาสตร์ธรรมดาก็สามารถบอกได้ว่าในการหารายได้เข้าประเทศของเราต่ำ หากยังเป็นอยู่เช่นนี้การแก้ไขความยากจนของประเทศจะยังคงวนเวียนอยู่ต่อไป “ประเทศไทยไม่ได้อดอยากยากจนแต่ว่าประเทศไทยจนเงินดอลล่า”

            หลายคนอาจจะส่งสัยว่า เงินดอลล่ามาเกี่ยวอะไรกับความยากจนของประเทศถ้าจะอธิบายแบบภาษาชาวบ้าน ก็ต้องบอกว่าเวลาเราจะซื้อสินค้าจากต่างประเทศไม่ว่าจะเป็น น้ำมัน เครื่องบิน สินค้าเทคโนโลยี ฯลฯ เราต้องใช้เงินดอลล่าซื้อเท่านั้น  ถ้าจะซื้อเครื่องบินโดยสาร Airbus A380 ราคา 218 ล้านดอลล่า หรือประมาณ  9 พันล้านบาท ชาวนาจะต้องปลูกข้าวให้ได้ 1 ถึง 2 ล้านเกวียน ไปแลกหรือขายให้ได้เงินบาทตามนั้นแล้วไปเปลี่ยนเป็นเงินดอลล่าจะได้  Airbus A380 หนึ่งลำ (1 ดอลล่า ประมาณ 41 บาท ) ชาวบ้านบางคนอาจจะยังไม่เข้าใจและคิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไร แต่สำหรับระดับนักการเมืองที่มาบริหารประเทศนั้นต้องรู้

            ถ้าหากสามารถถามรัฐบาลได้คงจะต้องตั้งคำถามถามรัฐบาลว่า มีนโยบายการที่จะหาเงินตราจากต่างประเทศเข้าประเทศนั้น รัฐบาลมีนโยบายหลักๆ อะไรบ้าง จากที่รัฐบาลพรรคไทยรักไทยได้ทำงานมาเป็นสมัยที่สอง และได้มีการสำรวจสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับความยากจนของคนไทย ขณะนี้จึงมีฐานข้อมูลอยู่มากมาย และรัฐบาลกำลังจะผลักดันโครงการการแปลงทรัพย์สินให้เป็นทุนเพื่อช่วยให้ชาวบ้านระดับรากหญ้ามีเงินทุนในการทำธุรกิจ หากรัฐบาลทำได้สำเร็จ แล้วอยากจะเรียนถามรัฐบาลต่อว่ารัฐบาลอยากจะ ให้ชาวบ้านที่ได้ทุนมานั้นลงทุนทำอะไร หรือขายอะไร และถ้าขอร้องรัฐบาลต่อได้อีกว่า ถ้ายังต้องมาผลิตผลดังที่ได้กล่าวมานั้น  รัฐบาลควรพิจารณาให้รอบคอบเพราะยิ่งผลิตมากก็จะเกิดการตัดราคากันเอง แล้วยิ่งถ้าหากไม่สามารถส่งออกต่างประเทศได้ หรือได้แต่ไม่คุ้ม โดยเฉพาะสินค้าที่ผลิตต้องใช้วัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศมาผลิตด้วยแล้วนั้น โดยเฉพาะน้ำมันเรานำเข้าเกือบ 100% ซึ่งปัจจุบันราคาสูงมากกว่า 3 เท่าตัวเมื่อเทียบกับ 2-3 ปี ที่ผ่านมา ความตั้งใจดีของรัฐบาลที่จะแก้ไขความยากจน  แทนที่ประเทศจะได้เงินดอลล่าเพิ่มกลับกลายเป็นจะลดลง ประเทศจะไม่ยิ่งจนหนักเข้าไปอีกหรือ การแก้ใขความยากจนเพียงแค้ขอให้คนไทยทุกคนมีงานทำมันยังไม่เพียงพอ หากงานที่ทำสร้างผลผลิตที่ได้มาในภาพรวมที่จะนำรายได้จากต่างประเทศเข้าประเทศยังไม่ได้เปรียบในทางเศรษฐกิจ

ตารางที่1. แสดงรายได้ของภาคเกษตรเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ

 

                สำหรับโครงสร้างรายได้หลักของประเทศปัจจุบัน เท่าที่จะสามารถทำให้เกิดรายได้ในสกุลเงินตราจากต่างประเทศเป็นเงินดอลล่า เท่าที่เห็นเป็นรูปธรรม มี 3 ทางรายได้หลักที่จะสามารถทำได้ ดังนี้ :-

            1.รายได้จากทางด้านภาคเกษตร และอุตสาหกรรมจากผลผลิตทางการเกษตร รายได้ทางภาคเกษตรทั้งหมดของประเทศไทยมีเพียง 9-10 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าผลิตภัณท์มวลรวมของประเทศเท่านั้น หรือประมาณ 500,000 ล้านบาท แต่ใช้ประชากรมากกว่าครึ่งประเทศในการผลิต

            2.รายได้ทางภาคอุตสาหกรรม การผลิตรถยนต์ อุปกรณ์เครื่องไฟฟ้า ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ฯลฯสำหรับรายได้ที่ได้ก็เป็นเพียงค่าแรงงานในฐานะผู้รับจ้างผลิต หรือไม่ก็เป็นผู้รับประกอบชิ้นส่วนเป็นหลักเสียส่วนใหญ่ ตัวเลขจำนวนเงินมูลค่าของสินค้าภาคอุตสาหกรรมที่ส่งออกดูเหมือนจะสูงมาก แต่รายได้ที่แท้จริงที่ไทยได้รับนั้น  เป็นเพียงค่าแรงงานประมาณ 25 - 30 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าที่ส่งออกเท่านั้น     

            3. รายได้ทางภาคการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมบริการ เช่น สนามบิน การโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว รายได้จากภาคการท่องเที่ยวซึ่งมีถึงประมาณ 700,000 ล้านบาท (ปี 2546) หากสนามบินสุวรรณภูมิเปิดใช้การได้เมื่อใดก็จะสามารถนำเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศได้มากขึ้น

            ความพยายามของรัฐบาลที่จะแก้ไขความยากจนตามแนวทางที่เป็นอยู่ เราคงไม่สามารถปฎิเสธได้ว่าไม่ดี แต่อยากจะขอเสนอเพิ่มเติมสำหรับเป็นแนวทางให้รัฐบาลในการที่จะทำให้ประเทศไทยมีรายได้จากต่างประเทศอีกทางเลือกหนึ่งก็คือ โครงการคลองไทย จะเป็นแหล่งสร้างงานสร้างรายได้ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าภาคเกษตรให้กับประชาชนทุกระดับชั้นมากกว่า 2 ล้านคน ซึ่งจะเป็นแหล่งสร้างรายได้เงินตราจากต่างประเทศโดยตรงเข้าประเทศ และก็ได้ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2548

 

คลองไทย จะสามารถสร้างรายได้ หรือลดรายจ่ายเงินดอลล่าของประเทศได้ เช่น :-

 

                1. คลองไทยโดยเฉพาะทางด้านการท่องเที่ยว ต่อไปจะเป็นรายได้หลักของประเทศจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่มนุษย์ร่วมกันสร้าง สามารถเป็นแหล่งดึงดูดเงินตราจากต่างประเทศเงินดอลล่าของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และจะนำรายได้เข้าประเทศไทยได้มากมาย  และที่สำคัญจะเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยไปตลอดกาล            

                 2. คลองไทยจะช่วยประเทศประหยัดค่าขนส่งสินค้าทางทะเลได้ถึง 200,000 ล้านบาท ต่อปี ปัจจุบันเรือขน น้ำมันขนน้ำมันดิบกว่า 800,000 บาเรลล์ต่อวัน และปัจจุบันเรือแต่ละลำจะเสียเวลาไปอ้อมที่ประเทศสิงคโปร์ กว่าจะมาถึงโรงกลั่นที่จังหวัดระยอง ไปกลับใช้เวลาร่วม10 วัน แต่ถ้าหากมีคลองไทยจะใช้เวลาเพียง 2-3 วันเท่านั้น ขณะนี้ประเทศไทยจึงต้องเสียค่าใช้จ่ายไปกับในส่วนนี้มากกว่าแสนล้านบาทต่อปี เพียงเฉพาะการขนส่งน้ำมันอย่างเดียว

                 3. ประเทศไทยจะสามารถผลิตน้ำมันได้โดยมีต้นทุนต่ำกว่าประเทศสิงคโปร์ เพราะระยะทางการขนส่งน้ำมันใกล้กว่า และขนาดของเรือน้ำมันที่มีขนาดใหญ่กว่าทำให้น้ำมันมีราคาถูก เรือที่มาผ่านคลองไทยจะเป็นลูกค้ารายใหญ่ ทำให้มีปริมาณการขายน้ำมันได้มากมาย จนประเทศไทยจะสามารถเป็นผู้กำหนดราคาขายน้ำมันเองได้ และปัญหาน้ำมันเถื่อนก็จะหมดไป ปัจจุบันสิงคโปร์ขายน้ำมัน 1 เดือนมากกว่าไทยขาย 1 ปี  สิงคโปร์มีพื้นที่น้อยกว่าประเทศไทยประมาณ 80 เท่า คนสิงคโปร์ 1 คน มีรายได้มากกว่าคนไทย 10 คน

                4. คลองไทยลดพื้นที่ยากจน เนื่องจากแนวคลองไทยจะตัดผ่านบริเวณทุรกันดารของภาคใต้ จึงทำให้พื้นที่หลายจังหวัดที่แนวคลองไทยผ่านได้รับผลประโยชน์จากความเจริญและความอุดมสมบูรณ์ทางทะเล ประชาชนที่อยู่ทั้งสองฝั่งคลองจะได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ คลองไทยยังจะช่วยป้องกันน้ำท่วมจากพายุฝนที่ตกอย่างหนัก ให้ลงทะเลได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเกิดขึ้นบ่อย ๆ กับ 14 จังหวัดภาคใต้ ได้เป็นอย่างดี (เหตุการณ์ช่วงปลายเดือน ธันวาคม 2548 น้ำท้วมสร้างความเสียหายสูงสุดในรอบ 30 ปี) เรือประมงประมาณ 50,000 ลำสองฝั่งทะเลไทยได้ผลประโยชน์มาก

ภาหที่ 1. การประชุมโครงการขุดคลองไทยระหว่างภาครัฐบาลนำโดย พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ (รองนายกรัฐมนตรี)  

กับ คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาโครงการคลองไทย (คอคอดกระ) วุฒิสภา เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2545

 

                เมื่อไม่นานมานี้ทางท่านนายกทักษิณ ชินวัตร ได้เชิญท่าน พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ มาช่วยบ้านเมืองหลังจากที่ได้ลาออกจากงานการเมืองมาระยะหนึ่ง มาเป็นประธานในการแก้ไขความยากจนของประเทศ และท่านพลเอกชวลิตได้เคยเป็นประธานคณะกรรมการแห่งชาติ ศึกษาความเป็นไปได้โครงการขุดคอคอดกระ (คลองไทย) ของรัฐบาลท่านนายกทักษิณ ชินวัตร มาก่อนท่านพลเอกชวลิตจึงมีความรู้เรื่องคลองไทยเป็นอย่างดี หากท่านนายก ทักษิณ มอบหมายให้ ท่านพลเอกชวลิต สานงานโครงการคลองไทยนี้ต่อ โดยเฉพาะขณะนี้โครงการคลองไทยได้ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภามาแล้ว จึงน่าจะช่วยสนับสนุนรัฐบาลทำงานได้ง่ายขึ้น  “ ประเทศไทยลงทุนขุดคลองไทย แล้วใช้เฉพาะประเทศของเราเองยังคุ้มเลย ”

             มาถึงตอนนี้ขอให้ท่านนายก ทักษิณ ชินวัตร ช่วยบอกประชาชนคนไทยว่า โครงการคลองไทยที่ได้ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว มาถึงมือท่านหรือยังเพราะเรื่องผ่านมาร่วม 6 เดือนแล้ว หากท่านได้รับแล้ว อยากให้ท่านนายกทักษิณ คุยกับประชาชน ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับโครงการคลองไทยนี้ เพื่อที่จะได้ให้ประชาชนสบายใจว่าไม่มีนักการเมืองท่านใดหาผลประโยชน์จากโครงการนี้ โดยใช้โครงการนี้ชักเข้าชักออกหาผลประโยชน์ ดำเนินการอะไรสักอย่างเถิดครับ ถ้าหากท่านจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ไม่กำหนดให้หนองงูเห่าเป็นสนามบินแห่งชาติ ณ วันนี้สนามบินสุวรรณภูมิคงเป็นเพียงแค่ความฝัน  “ ประชาชนต้องการเงินบาท ประเทศชาติต้องการเงินดอลล่า ”

 

31 ธันวาคม 2548

เขียนโดย รศ.ดร. สถาพร เขียววิมล

คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการขุดคอคอดกระ วุฒิสภา

 

----------------------------------------------------

www.thai-canal.org